
รีวิวเกม Resident Evil 4 ตะลุยและเอาชีวิตรอดในเวอร์ชันรีเมค
- Chono
- 21 views

รีวิวเกม Resident Evil 4 เกมแอ็กชันเวอร์ชันใหม่ ที่ทางผู้พัฒนาเกม CAPCOM ได้นำกลับมาสร้างเป็นเวอร์ชันรีเมค (Remake) ซึ่งวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Steam ในวันที่ 24 เดือนมีนาคม 2023 ทางเราจะพาผู้อ่านทุกท่าน ไปดูรายละเอียดสำคัญของตัวเกม ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่อง ระบบเกมเพลย์ และพาไปดูตัวอย่างบทวิจารณ์ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อตัวเกม
สำหรับเนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นภายในเกม Resident Evil 4 จะเป็นเรื่องราวที่สานต่อจากตัวเกมภาคที่ 2 (1998) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ 6 ปีหลัง โดยคุณจะได้รับบทเป็นตัวละคร “ลีออน” หนึ่งในผู้รอดชีวิต หลังจากหายนะภายในเมืองแร็คคูนซิตี้ และได้ทำการฝึกฝนตนเอง เพื่อเข้ามาอยู่ในหน่วยพิเศษ ซึ่งทำงานให้กับทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกา
อยู่มาวันหนึ่ง ลูกสาวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ “แอชลีย์” ถูกลักพาตัว และนำไปกักขังไว้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในประเทศสเปน ลีออนจึงได้รับภารกิจ ในการตามหาแอชลีย์ และนำกลับมาส่งให้กับประธานาธิบดีอย่างปลอดภัย แต่เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านี้ ลีออนจะต้องต่อสู้กับศัตรูตัวใหม่ และที่สำคัญ จะต้องต่อสู้กับเหล่าสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์อีกด้วย
สำหรับเนื้อเรื่องภายในเกมนี้ จะค่อนข้างคล้ายกับตัวเกมต้นฉบับ ที่วางจำหน่ายไปเมื่อปี 2005 ใครที่เคยได้ลองเล่นไปก่อนหน้านี้ จะรู้ได้เลยว่า เนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นในภาครีเมคจะเป็นอย่างไรบ้าง ใครดีใครร้าย แต่สิ่งหนึ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามา นั่นก็คือการปูเนื้อเรื่องของตัวละครสมทบ ทำให้ผู้เล่นได้รับรู้เรื่องที่มากยิ่งขึ้น (27 มีนาคม 2023) [1]
สำหรับการรีเมคตัวเกมในภาคที่ 4 จะมีมุมมองการเล่น ในรูปแบบมุมมองบุคคลที่ 3 คล้ายกับตัวเกมต้นฉบับ และได้มีการผสานองค์ประกอบหลายๆ ส่วน ของตัวเกมในภาคที่ 2 และตัวเกมในภาคที่ 3 ทำให้ตัวเกมในภาคนี้ มีภาพกราฟิกที่สวยงาม ออกแบบใหม่ทั้งหมด พร้อมกับฉากภายในเกม ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดมากขึ้น
เกมนี้มีรูปแบบการควบคุมตัวละคร 6 แบบ บางครั้งผู้เล่นจะทำการแก้ไขปริศนา เพื่อไปยังบางพื้นที่ของตัวเกม คุณสามารถออกคำสั่งตัวละครอย่างแอชลีย์ได้ เพื่อไม่ให้เธอเดินหนีออกห่างจากตัวละครลีออน และเช่นเดียวกับตัวเกมต้นฉบับ ที่คุณจะต้องจัดระเบียบกระเป๋าไอเทม เพื่อให้คุณเก็บไอเทมต่างๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ
และรูปแบบการเล่นโดยรวม จะยังคงเหมือนเดิมกับตัวเกมเวอร์ชัน DLC แต่ทางผู้พัฒนาเกม ได้มีการเพิ่มกลไกการใช้งานตะขอเกี่ยวเข้ามา ซึ่งช่วยให้ Ada สามารถเข้าถึงสถานที่ต่างๆ ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ และการโจมตีศัตรู จะสามารถทำได้ในระยะที่ไกลมากขึ้น และตะขอชิ้นนี้ สามารถเกี่ยวหรือฉีกกระชากร่างศัตรูออกมาได้เช่นกัน (15 ธันวาคม 2025) [2]
ต้องยอมรับเลยว่า ทางผู้สร้างเกม ได้ปรับเปลี่ยนตัวเกมเวอร์ชันใหม่ ให้มีความน่าสนใจมากกว่าเดิมหลายเท่า ซึ่งใช้โปรแกรม RE Engine ในการพัฒนาตัวเกมครั้งแรก Resident Evil 7 : Biohazard หลังจากนั้น ก็ได้มีการนำไปใช้กับเกมอื่นๆ ไม่ใช่แค่แฟรนไชส์เกมนี้เท่านั้น และในภาคนี้ ยังคงมีกราฟิกที่สวยงามมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หากใครได้ลองเล่นเกมในเวอร์ชันต้นฉบับ จะรู้ได้เลยว่า ตัวเกมในภาคนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เล่น สามารถสนุกไปกับการเล่นแนวใหม่ รวมไปถึงการอัปเกรดอาวุธทั้งหมด หรือปลดล็อกไอเทมอื่นๆ และยังมีการเพิ่มระบบ CP ที่ได้มาจากการทำภารกิจ หรือได้มาจากเงื่อนไขต่างๆ เพื่อนำไปปลดล็อกเครื่องแต่งกายของตัวละครหลักอีกด้วย
และยังไม่หมดเพียงเท่านี้ สำหรับตัวเกมเวอร์ชันรีเมค จะมีโหมดใหม่เพิ่มเข้ามา ได้แก่ The Mercenaries จะเป็นโหมดเนื้อเรื่องของตัวละครใหม่อย่าง Ada Wong, Separate Ways และ Assignment แต่ยังไม่มีกำหนดเปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการ ซึ่งทางบริษัทผู้ให้บริการเกม CAPCOM กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา

ตั้งแต่ที่บริษัท CAPCOM ให้ปล่อยตัวเกมลงบนแพลตฟอร์มสตรีมอย่างเป็นทางการ พบว่ามีผู้เล่นให้ความสนใจ และได้เข้ามาร่วมสัมผัสความสนุกของตัวเกมมากถึง 168,191 คน ทำให้เกมนี้ติดอันดับ 66 เกมขายดีที่สุดบนสตรีม (24 มีนาคม 2023) [3] ส่วนถัดไป เราจะพาไปดูสเปคเล่นเกมบนพีจี และตัวอย่างบทวิจารณ์ของเหล่านักเล่นเกม
และนี่ก็คือสเปคคอมพิวเตอร์ ที่ผู้เล่นสามารถตั้งค่าภาพกราฟิกในระดับ 1080/60fps หรือท่านใดที่เบื่อกับการแนะนำเกมเดิมๆ สามารถคลิกเข้าไปดูบทความรีวิวเกมจากทางผู้เขียนบทความได้ที่ เกมสตรีม น่าเล่น
หากใครที่ไม่เคยได้ลองเล่นเกมเวอร์ชันต้นฉบับ แล้วมาลองเล่นเกมในเวอร์ชันรีเมค คุณจะรับรู้ได้เลยว่า ทุกอย่างมีการพัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมด แม้ว่าเนื้อเรื่องยังคงเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป นั่นก็คือภาพกราฟิก และสไตล์การออกแบบตัวละครต่างๆ ภายในเกม ที่มีความสมจริงมากยิ่งขึ้น
จากการศึกษาข้อมูลของเว็บไซต์ SteamDB พบว่าตัวเกมในภาคนี้ เมื่อ 30 วันที่ผ่านมา ภายในปี 2025 พบว่ามีผู้เล่นเข้าไปร่วมเล่นเกมนี้อยู่ประมาณ 17,302 คน และจำนวนผู้เล่นในช่วงเวลาพีคไทม์ 15,740 คน อีกทั้งยังมีการถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์ม Twitch มีการเข้ารับชมมากถึง 329,528 ผู้ชม
หลังจากที่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ก็มีเว็บไซต์ต่างประเทศ ได้เข้ามาให้คะแนนรีวิวตัวเกม ไม่ว่าจะเป็น 4Players ให้คะแนนรีวิวไว้ที่ 92/100, Destructoid ให้คะแนนภาพรวมของตัวเกม 8.5/10, เว็บไซต์ IGN ให้คะแนนรีวิว 9/10, Push Square ให้คะแนนรีวิวตัวเกมไว้ที่ 8/10 และ VideoGamer.com ให้คะแนนรีวิว 8/10 คะแนน

