
รีวิว Kingdom Come Deliverance เกมต่อสู้ในจักรวรรดิโรมัน
- Chono
- 13 views

รีวิว Kingdom Come Deliverance เกมแอ็กชัน Open Woeld ที่ขับเคลื่อนด้วยเนื้อเรื่อง ซึ่งจะพาผู้เล่นทุกท่าน ดำดิ่งสู่จักรวรรดิโรมัน เรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่ง ที่จะต้องล้างแค้นให้กับพ่อของเขา โดยเกมนี้เป็นผลงานจากทางสตูดิโอ Warhorse Studios และจัดจำหน่ายโดยบริษัท Deep Silver ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2018
สำหรับเกมนี้ เป็นผลงานวิดีโอเกมแอ็กชัน ผสมผสานกับเกมสวมบทบาท โดยคุณจะได้รับบทเป็นอัศวินยุคกลาง ที่จะต้องทำสงครามในโบฮีเมีย ปี 1403 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงพระเจ้าเวนเซสเลาส์ที่ 4 โดยเกมนี้เปิดให้บริการผ่านเครื่องเล่น PlayStation 4, Xbox One และ Windows ส่วนเวอร์ชัน Nintendo จะเปิดให้เล่นในวันที่ 15 เดือนมีนาคม 2024
พล็อตเรื่องฉบับย่อ ก่อนที่จะเกิดขึ้นภายในเกม อาณาจักรโบฮีเมีย ถูกปกครองโดยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 และได้นำพาอาณาจักร เข้าสู่ยุคทอง เมื่อพระเจ้าชาร์ลส์สิ้นพระชนม์ ในปี ค.ศ. 1378 ลูกชายคนโตของพระองค์ ได้สืบทอดราชบัลลังก์แทน แต่เขาปกครองด้วยความเกียจคร้าน เหลวไหล และไม่มีความคิดที่อยากจะหาคู่ครอง
เนื่องด้วยการปกครองอาณาจักรที่ล้มเหลว ทำให้เหล่าขุนนางหลายคน ได้หันไปขอความช่วยเหลือจาก ซิกิ สมุนด์ น้องชายต่างแม่ของพระองค์ ต่อมากษัตริย์จากฮังการี และโครเอเชีย ได้ลักพาตัวเวนเซสเลาส์ เพื่อบังคับให้เขาสละบัลลังก์ และใช้ช่วงเวลาที่เกิดความวุ่นวาย ในการปล้นสะดมทรัพย์สินทั้งหมด ที่อยู่ภายในอาณาจักรแห่งนี้ (16 พฤศจิกายน 2025) [1]
สำหรับระบบการเล่นของเกมนี้ ทางผู้พัฒนาเกม ต้องการนำเสนอแนวเกมแบบ Open World RPG ที่มีความสมจริง โดยรวมแล้ว ถือว่าทำออกมาได้ดีเกินคาด และเกมนี้ ได้รวบรวมเอาองค์ประกอบของเกมต่างๆ มารวมไว้เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาทักษะตัวละคร การเจรจากับชาวบ้าน รวมไปถึงการทำกิจวัตรประจำวัน
ต่อมาในส่วนของระบบภารกิจ ซึ่งตัวเกมจะเปิดโอกาสให้ผู้เล่น สามารถเลือกทำภารกิจได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งไม่มีการจำกัดภารกิจตายตัว ตัวเกมแค่จะบอกผู้เล่นเพียงแค่ เป้าหมายภารกิจควรทำอะไรบ้างเท่านั้น เช่นเดียวกับเกม Skyrim ซึ่งภารกิจจะมีทางเลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งการติดสินบน หรือการปลอมตัว
และระบบการต่อสู้ โดยตัวเกมจะมีอาวุธให้เลือกใช้งานอยากหลายประเภท เพราะได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกม For Honor ที่จะนำเสนอมุมมองการเล่นแบบบุคคลที่ 1 ซึ่งจะมีการตั้งท่าทางการโจมตี ตามที่ปรากฏบนตำแหน่งต่างๆ และตัวเกมจะมอบอิสระให้ผู้เล่น ได้เลือกท่าทางการต่อสู้ด้วยตัวของผู้เล่นเอง (28 กุมภาพันธ์ 2018) [2]
หมายเหตุจากทางผู้ให้บริการเกม ตั้งแต่วันที่ 1 เดือนมกราคม 2024 เป็นต้นไป ทางแพลตฟอร์ม Steam จะรองรับการเข้าเล่นเกมผ่านระบบปฏิบัติการ Windows 10 และเวอร์ชันใหม่กว่าขึ้นไปเท่านั้น หรือใครที่เบื่อกับการแนะนำเกมเดิมๆ สามารถคลิกเข้าไปดูบทความรีวิวเกมได้ที่ เกมสตรีม น่าเล่น

จากการนำเสนอข้อมูลข้างต้น ที่เกี่ยวข้องกับตัวเกม ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่อง ระบบเกมเพลย์ของตัวเกม และข้อมูลสำหรับการเข้าเล่น ผ่านระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งอาจทำให้ผู้อ่าน ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่า จะเลือกเล่นเกมนี้ดีหรือไม่ ในส่วนถัดไป เราจะพาไปดูกระแสความนิยม นับตั้งแต่ที่เปิดตัว พร้อมกับยกตัวอย่างคำวิจารณ์ของเหล่านักเล่นเกม
อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ SteamDB นับตั้งแต่ที่ตัวเกมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ มีผู้เล่นให้ความสนใจตัวเกมเพียงแต่ 4,651 คน จนมาถึงในยุคปัจจุบัน จากการสำรวจเมื่อ 30 วันภายในปี 2025 มีผู้เล่นเข้าไปร่วมเล่นเกมมากถึง 9,448 คน ส่งผลให้ตัวเกมติดอันดับ 926 เกมที่ขายดีที่สุดบนสตรีม และได้รับคำวิจารณ์เชิงบวกมากถึง 169,980 บทวิจารณ์
สำหรับตัวอย่างคำวิจารณ์ดังกล่าว ทางผู้เขียนบทความรีวิวเกม ได้นำข้อมูลมาจากเว็บไซต์ Metacritic ในหมวดหมู่ PC Critic Reviews ซึ่งจะแบ่งคำวิจารณ์ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ คำวิจารณ์เชิงบวก 38 (63%) คำวิจารณ์เชิงลบ 2 (3%) และคำวิจารณ์แบบผสม 20 (33%) (2025) [3]
แน่นอนว่า เกมนี้ไม่ได้นำเสนอระบบการเล่นอะไรใหม่ๆ แถมยังเป็นเกมที่มาในธีมอาณาจักรยุคกลาง ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับผู้เล่นรุ่นใหม่มากนัก แต่สำหรับใครที่ชื่นชอบการเสพเนื้อเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์โลก เกมนี้อาจตอบโจทย์ผู้เล่นได้อย่างดีเยี่ยม
ท่านใดที่เกิดความสนใจ และอยากลองเข้าไปสัมผัสความสนุกของตัวเกม สามารถเข้าไปจับจองเป็นเจ้าของได้ที่แพลตฟอร์ม Steam ในราคาเริ่มต้น 711.69 บท ตัวเกมแบบแพ็กเกจ Royal Edition 949 บาท และราคาตัวเกมแบบเหมารวม Saga Bundle 2,738.75 บาท

