
รีวิว Resident Evil 7 สัมผัสความหลอนพร้อมกับแก้ไขปริศนา
- Chono
- 9 views

รีวิว Resident Evil 7 ในภาค Biohazard มาในรูปแบบเกมเอาชีวิตรอด ผสมผสานกับเกมแนวสยองขวัญ ทำออกมาในปี 2017 โดยเป็นผลงานของบริษัทเกมชั้นนำ CAPCOM ซึ่งตัวเกมในภาคนี้ จะมีความแตกต่างระหว่างตัวเกมภาคที่ 5 (2009) และตัวเกมภาคที่ 6 (2012) เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักตัวเกม ก่อนที่จะเข้าไปรับความสยองขวัญด้วยตัวเอง
ซึ่งตัวเกมในภาคที่เจ็ด คุณจะได้รับบทเป็นตัวละคร Ethan Winters เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น หลังจากที่ภรรยาของเขา Mia Winters ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ อีธานได้ตามหาเบาะแสสำคัญ จนมาถึงบ้านเก่าแห่งหนึ่ง ในเมือง Louisiana ซึ่งบ้านเก่าแก่หลังนี้ อยู่ภายใต้การดูแลของครอบครัว Bakers ครอบครัวที่เต็มไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว
เรียกได้ว่าตัวเกมในภาคนี้ จัดเต็มด้วยความสยองขวัญ ความน่ากลัว โดยมาจากหลายๆ ปัจจัย อันดับแรกก็คือ การนำเสนอมุมมองการเล่น ในมุมมองบุคคลที่ 1 ซึ่งทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง รู้สึกถึงอันตรายรอบตัว อย่างที่สองก็คือ บรรยากาศภายในเกม ที่ชวนให้ขนหัวลุก และเต็มไปด้วยความกดดัน
ต่อมาก็คือ ศัตรูภายในเกม ที่มีความดุร้าย ความน่าเกรงขาม มีรูปแบบการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว เมื่อใดที่คุณเผชิญหน้ากับศัตรู จะเต็มไปด้วยความกดดัน ลุ้นระทึกทุกเวลา เกมนี้อยู่ในอันดับ 13 ของซีรีส์เกม Resident Evil เปิดให้บริการบนเครื่องเล่น PlayStation 4, PC และ Xbox One (8 ธันวาคม 2023) [1]
สำหรับระบบเกมเพลย์ ของตัวเกมในภาคนี้ จะมาในรูปแบบของเกมแนวเอาชีวิตรอด ผสมผสานเกมแนวสยองขวัญ ที่นำเสนอมุมมองการเล่นบุคคลที่หนึ่ง โดยผู้เล่นจะได้ควบคุมตัวละครหลักคนใหม่ Ethan Winters ซึ่งจะต้องสำรวจบ้านพักของตระกูลเบเกอร์ และตามหาเบาะแสสำคัญ เพื่อช่วยเหลือภรรยาที่หายตัวไป
ตัวละครของผู้เล่น สามารถเดินสำรวจได้ทุกที่ หมุนมุมกล้องไปรอบๆ เพื่อดูสภาพแวดล้อม สลับกับการเดินและวิ่ง อีกทั้งยังสามารถโต้ตอบกับสภาพแวดล้อม เพื่อค้นหาไอเทมที่มีประโยชน์ ได้แก่ อาวุธ กระสุน ยารักษา เพื่อให้ตัวละครของผู้เล่น สามารถต่อสู้กับศัตรู หรือใช้เพื่อป้องกันการโจมตี เพื่อไม่ให้ตัวละครของคุณตาย
ผู้เล่นสามารถตั้งค่าระดับความยากได้ถึง 3 ระดับ และการตั้งค่าเหล่านี้ จะมีผลต่อความแข็งแกร่งของศัตรู จำนวนไอเทมภายในเกม และความถี่ในการบันทึกเกมอัตโนมัติ ยกตัวอย่างระดับความโหดสุดของตัวเกม ตัวละครอีธาน จะใช้เทปคาสเซ็ท เพื่อบันทึกเกมในช่วงเวลานั้น (9 มกราคม 2026) [2]

หลังจากที่วางจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Steam ภายในเดือนมกราคม พ.ศ. 2560 ก็ได้มีผู้เล่นกว่า 20,448 คน เข้าไปร่วมรับความสยองขวัญของตัวเกม ทำให้เกมนี้ติดอันดับ 711 เกมที่ขายดีบนสตรีม และก็มีสตรีมเมอร์หลายท่าน ได้ทำการถ่ายทอดสดเล่นเกมบน Twitch และมีผู้คนเข้าไปรับชมการเล่นมากถึง 224,481 ผู้ชม
และนี่ก็คือตัวอย่างบทวิจารณ์ โดยทางผู้เขียนบทความ ได้อ้างอิงข้อมูลมาจากเว็บไซต์ Metacritic ในหัวข้อ PC Critic Reviews ซึ่งจะแบ่งบทวิจารณ์ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ บทวิจารณ์เชิงบวก 15 (88%) บทวิจารณ์แบบผสม 1 (6%) และบทวิจารณ์เชิงลบ 1 (6%) (2026) [3]
สเปคขั้นต่ำสำหรับเล่นเกมบนพีซี
หมายเหตุเพิ่มเติม สำหรับสเปคคอมข้างต้น ผู้เล่นสามารถตั้งค่าความละเอียดภาพกราฟิก 1080p/30fps ซึ่งอาจจะลดคุณภาพพื้นผิวของตัวเกม หรือใครที่ต้องการดูบทความเกมแนวอื่นๆ ที่เปิดให้เล่นบนสตรีม สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ เกมสตรีม น่าเล่น
มาถึงในช่วงสุดท้าย อย่างที่เราได้กล่าวเอาไว้ข้างต้น ว่าเกมนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเกมสยองขวัญ เอาชีวิตรอด และร่วมไขปริศนาที่เกิดขึ้น อีกทั้งตัวเกมในภาคนี้ ยังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ได้รับคำวิจารณ์เชิงบวก จากกลุ่มผู้เล่น และได้รับคะแนนรีวิวจากสื่อเว็บไซต์ต่างประเทศ
นับตั้งแต่ที่ตัวเกมเปิดให้บริการ อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ SteamDB พบว่า เมื่อ 30 วันที่ผ่านมา ภายในปี 2025 ตัวเกมยังคงเหลือผู้ที่ได้เล่นเกมนี้อยู่ 2,385 คน และจำนวนผู้เล่นในช่วงเวลานี้ 1,332 คน และจำนวนผู้เล่นสูงสุดภายใน 24 ชั่วโมง จำนวน 1,755 คน
จากการเข้าไปลองเล่น ก็มีผู้เล่นหลายๆ คน พบข้อบกพร่องหลายๆ จุด ซึ่งหลักๆ จะเป็นระบบการเคลื่อนไหวของตัวละคร ที่ค่อนข้างเชื่องช้ามากเกินไป ต่อมาก็คือฉากคัตซีน โดยบางฉากค่อนข้างยาว รู้สึกเสียดายเวลา และสุดท้ายก็คือ ศัตรูบางตัวภายในเกมนี้ ค่อนข้างมีลักษณ์คล้ายคลึงกัน

